การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า Full Face Lift โดยคุณหมอปิยะ

Introduction

การคืนความเยาว์วัยให้แก่ใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

UPDATE BEAUTY TRENDS

เมื่ออายุมากขึ้น ความหย่อนคล้อยของผิวหนังและริ้วรอยจะกลายเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ ซึ่งมักส่งผลให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัยและขาดความมั่นใจ ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหานี้ประกอบด้วยการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน, การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน, การสูญเสียไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง รวมถึงผลกระทบจากแสงแดดและมลพิษ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนำไปสู่ความต้องการหาวิธีการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ

WHAT’S THE EXPERT SAY?

พ.ต.ท. นายแพทย์ ปิยะ รังรักษ์ศิริ หรือ หมอปิยะ ศัลยแพทย์มากประสบการณ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมตกแต่งประจำ Nida Esth’ International: Premium Laser & Cosmetic Surgery Institute ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปีในด้านการฟื้นฟูใบหน้า รางวัลต่างๆ ที่การันตีถึงความเชี่ยวชาญของคุณหมอ รวมถึงรางวัล จาก Hello Beauty Awards และรางวัลความเป็นผู้นำในด้านศัลยกรรมความงามจาก Global Health Asia-Pacific ทำให้ หมอปิยะ ได้รับการยกย่องอย่างสูงในวงการความงาม

วันนี้ คุณหมอปิยะจะมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ การผ่าตัดดึงหน้าแบบ Full Face Lift ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูใบหน้าแบบครบวงจร:

“การผ่าตัดดึงหน้าแบบ Full Face Lift เป็นการยกกระชับใบหน้าโดยรวม ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ยกกระชับช่วงกลางบน กลาง และล่างใบหน้า รวมทั้ง กรอบหน้า และลำคอ เทคนิคขั้นสูงนี้ช่วยยกกระชับชั้นผิวลึก ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน โดยมีรอยแผลเล็กน้อย ที่ Nida Esth’ เราให้ความสำคัญกับแนวคิด Personalized Beauty โดยปรับแต่งการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างและเป้าหมายเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความสมดุลของใบหน้าและคืนความอ่อนเยาว์อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นหัวใจของงานที่เราทำที่ Nida Esth’”

Full Face Lift คืออะไร

Full Face Lift (การดึงหน้าทั้งใบหน้า) เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมที่มุ่งเน้นการยกกระชับผิวหนังในบริเวณใบหน้าและลำคอเพื่อลดความหย่อนคล้อยและริ้วรอย ซึ่งการดำเนินการนี้จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าให้ดูชัดเจนและมีมิติ รวมถึงช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสยิ่งขึ้น โดยการทำ Full Face Lift จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น:

  • ริ้วรอย: ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก, รอบดวงตา (crow’s feet), และบริเวณร่องแก้ม
  • ความหย่อนคล้อย: แก้ไขความหย่อนคล้อยของผิวในบริเวณขมับ, แก้ม, และคอ
  • การสูญเสียมิติของใบหน้า: ฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าให้กลับมาเต็มและมีมิติ

Full Face Lift ทำงานอย่างไร

ในการทำ Full Face Lift คุณหมอปิยะจะเริ่มด้วยการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและประเมินสภาพผิวของผู้เข้ารับการรักษาอย่างละเอียด ขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้:

  • การวางแผนการผ่าตัด: คุณหมอจะทำการตรวจสอบและหารือเกี่ยวกับปัญหาที่ผู้เข้ารับการรักษาประสบ และกำหนดจุดที่ควรยกกระชับรวมถึงจุดที่ต้องเพิ่มหรือลดไขมัน
  • การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด: จะมีการแนะนำการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด เช่น การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่, การลดการใช้ยาบางชนิดที่อาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
  • การผ่าตัด: การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง โดยจะมีการใช้ยาสลบเพื่อความสะดวกสบายของผู้เข้ารับการรักษา โดยในขั้นตอนการผ่าตัดคุณหมอจะทำการตัดผิวหนังตามแนวที่กำหนดเพื่อเข้าถึงชั้นเนื้อเยื้อที่คลุมกล้ามเนื้อ (SMAS) และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังรวมทั้งผิวหนังส่วนเกิน
  • การยกกระชับ: หลังจากเข้าถึงชั้นใต้ผิวหนังแล้ว คุณหมอจะทำการยกกระชับเนื้อเยื่อ โดยอาจมีการใช้เทคนิคการดึงผิวหนัง (suspension technique) ซึ่งช่วยให้การยกกระชับ เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น
  • การเย็บและฟื้นฟู: คุณหมอจะทำการเย็บให้เนื้อเยื่อเข้าที่ โดยมีการใช้เทคนิคที่ทำให้รอยแผลเป็นมีความซ่อนเร้นและไม่ชัดเจน

เทคนิคการดึงหน้าที่ใช้ใน Full Face Lift

การดึงหน้าที่ใช้ใน Full Face Lift โดยคุณหมอปิยะประกอบด้วยหลายเทคนิคที่ทันสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในด้านการฟื้นฟูรูปลักษณ์ของใบหน้า โดยเทคนิคเหล่านี้มีความสำคัญในการยกกระชับและลดริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยให้เกิดรอยแผลเป็นที่น้อยที่สุด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:

1.SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) Technique:

• เป็นเทคนิคที่มุ่งเน้นการยกกระชับเนื้อเยื่อ SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อ การทำงานที่เน้นชั้นนี้จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและมีความเป็นธรรมชาติ เนื่องจากช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อใกล้เคียงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

2. Deep Plane Facelift:

• เทคนิคนี้เป็นการยกกระชับที่เข้าถึงชั้นใต้ผิวลึกกว่า ซึ่งช่วยให้สามารถทำการยกกระชับได้มากขึ้น โดยจะช่วยในการลดความหย่อนคล้อยบริเวณขมับ, แก้ม, และคอ โดยจะสร้างความสมดุลให้แก่โครงสร้างใบหน้า

3. Lipofilling:

• ในกรณีที่มีการสูญเสียไขมันในบางส่วนของใบหน้า การเติมเต็มด้วยไขมัน (Fat Grafting หรือ Lipofilling) จะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น การใช้ไขมันที่เก็บจากร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาเองจะช่วยลดโอกาสการแพ้และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

4. Combined Techniques:

• คุณหมอปิยะสามารถใช้หลายเทคนิคร่วมกันในการดึงหน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เข้ารับการรักษา เช่น การใช้เทคนิค SMAS ร่วมกับ Deep Plane Facelift หรืออื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในเรื่องของการยกกระชับและการฟื้นฟูใบหน้า

การเลือกใช้เทคนิคการดึงหน้าที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์สภาพใบหน้าและความต้องการของผู้เข้ารับการรักษา ดังนั้น การปรึกษากับคุณหมอปิยะก่อนการตัดสินใจจะช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาได้รับข้อมูลและการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดตามสภาพใบหน้าและปัญหาที่ต้องการแก้ไข

จุดเด่นของ Full Face Lift

  • ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: Full Face Lift มักจะให้ผลลัพธ์ที่สามารถคงอยู่ได้ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น การดูแลหลังการผ่าตัดและปัจจัยทางพันธุกรรม
  • เทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัย: คุณหมอปิยะมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคนิคที่ทันสมัย ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดรอยแผลเป็นที่น้อยที่สุด และมีการเย็บที่สวยงาม
  • การออกแบบที่เฉพาะบุคคล: ด้วยการใช้การวิเคราะห์ 3D AI Crisalix เทคโนโลยีล่าสุด คุณหมอสามารถออกแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การเพิ่มความมั่นใจ: ผู้เข้ารับการรักษาสามารถคืนความมั่นใจในตัวเองได้ หลังจากที่มีการยกกระชับผิวและลดริ้วรอยอย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการเข้ารับการรักษาด้วย Full Face Lift

ก่อนเข้ารับการรักษา

ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า 6 เดือน

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของวิตามิน A (Isotretinoin) เนื่องจากอาจส่งผลต่อการสมานแผล
  • งดเว้นการฉีด Botox และ Filler บริเวณใบหน้า

ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า 3 เดือน

  • เตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการพักผ่อนที่เพียงพอ
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หากมีโรคประจำตัวควรพบแพทย์เพื่อดูแลและควบคุมอาการให้อยู่ในระดับปกติ
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์และการร้อยไหมบริเวณใบหน้า

ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า 6 สัปดาห์

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่อย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด
  • งดการเจาะ/สักร่างกายหรือการอาบแดด
  • ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงใกล้หรือขณะมีประจำเดือน หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนเลื่อนรอบเดือน

ก่อนการผ่าตัดดึงหน้า 10 วัน

  • งดเว้นการใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น
  • งดการใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Coumadin, Ticlid, Plavix หรือ Aggrenox (ควร
  • ปรึกษาแพทย์ประจำตัวเกี่ยวกับความปลอดภัยในการหยุดยา)
  • หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม Nsaids เช่น Ibuprofen, Advil, Motrin, Nuprin, Aleve, Relafen, Naprosyn, Diclofenac, Naproxen, Voltaren, Daypro, Feldene, Clinoril, Lodine, Indocin, Orudis เป็นต้น
  • งดยาระงับประสาทและยานอนหลับบางชนิด เช่น Zoloft, Lexapro, Prozac, Pristiq เป็นต้น
  • งดการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมทุกชนิดที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น มัลติวิตามิน, น้ำมันปลา, โอเมก้า 3, โคเอนไซม์ Q10, น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส, กลูโคซามีน, อาร์นิกา, โสม, แปะก๊วย และสมุนไพรอื่น ๆ

นอกเหนือจากคำแนะนำข้างต้น ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดดึงหน้า รวมถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น รวบรวมคำถามที่สงสัย และปรึกษาแพทย์เพื่อพูดคุยถึงความคาดหวังหลังการผ่าตัด เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันและช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ระหว่างการรักษา

  • การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส การใช้ยาสลบจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกสบายในระหว่างการผ่าตัด

หลังการรักษา

  • หลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปแล้วผู้เข้ารับการรักษาจะมีอาการบวมและฟกช้ำในช่วงแรก ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับคำแนะนำในการดูแลตัวเอง เช่น การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม, การหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามคำแนะนำของแพทย์

ใครที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดดึงหน้า

1. ผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

2. ไม่มีการจำกัดอายุ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความหย่อนคล้อยของใบหน้า และความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัด

3. มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ หากต้องการลดน้ำหนัก ควรลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้าหมายก่อนการผ่าตัด

4. ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้าม เช่น โรคที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด (Hemophilia) หรือโรคที่ส่งผลต่อการสมานแผล (Ehlers-Danlos Syndrome)

5. ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

6. มีความคาดหวังผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

7. มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย

Yes. 6D Face Log uses precise laser and ultrasound energy to contour your face painlessly.

Absolutely no downtime.No swelling, no wounds, and no need for recovery time. You can have dinner or join any parties immediately after treatment.

Generally no. Some people may experience slight redness, which fades within a few hours.

About 60–75 minutes, depending on the treatment area.

Yes, 6D Face Log: Lunchtime FaceLift can be done in combination with Botox or other skin booster injection on thecsame day.

ทำไมต้องเลือกทำ Full Face Lift ที่ Nida Esth’ International?

ที่ Nida Esth’ International, เราให้ความสำคัญกับแนวคิด Personalized Beauty ซึ่งมุ่งเน้นการออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอย่างละเอียด โดยใช้การวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง Full Face Lift เป็นเพียงหนึ่งในหลากหลายทางเลือกที่เรามี ซึ่งจะช่วยให้คุณคืนความเยาว์วัยและความมั่นใจกลับคืนมาอย่างยั่งยืน

การเลือก Full Face Lift ที่ Nida Esth’ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและดูเป็นธรรมชาติ โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญจะคอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอนของการรักษา